ระบบการจัดการข้อมูลสารเคมี ChemTrack จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รายการหลัก
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
โปรแกรม
สมัครใช้งาน
อบรม
คำถามพบบ่อย
การแลกเปลี่ยนสาร
รายการทั่วไป
บทความ
ดาวน์โหลดเอกสาร
จำนวนรายการสารเคมี
บริการข้อมูล
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
chemical inventory - key to safety
              ปัจจุบันมีการตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานที่ต้องใช้สารเคมีมากขึ้น เห็นได้จากการที่หน่วยงานต่างๆ มีการวางนโยบายสำหรับการจัดการสารเคมี ซึ่งประกอบด้วย การคัดเลือกและจัดอบรมพนักงาน การตรวจสอบ การจัดทำรายงาน รวมทั้งการวางกระบวนการทำงานที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยต่อร่างกายและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานนั้นๆ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ มีระบบระงับเหตุฉุกเฉิน (Emergency response) ที่พร้อมอยู่เสมอ รวมทั้งสามารถควบคุมการปฏิบัติงานจนทำให้เกิดของเสียอันตรายน้อยที่สุด

             บทความที่ผ่านมาได้กล่าวถึง กรณีศึกษาเรื่องโปรแกรมการจัดทำรายการสารเคมี (Chemical inventory) ของมหาวิทยาลัยต่างๆ การจัดวางสารเคมีในห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการบริหารการใช้สารเคมีด้วยการแลกเปลี่ยนสารเคมีระหว่างหน่วยงานไปบ้างแล้ว ซึ่งแต่ละบทความเป็นเพียงส่วนย่อยๆ ของการจัดการสารเคมีที่มีประสิทธิภาพ สำหรับบทความฉบับนี้ จะแสดงให้เห็นถึงการนำความรู้ และระบบต่างๆ เหล่านี้มารวมกัน เพื่อให้เกิดการจัดการสารเคมีที่ครบวงจรและยั่งยืน

              งานวิจัยของ Cournoyer และคณะ ได้เสนอขั้นตอนการทำงานร่วมกับสารเคมี (ในงานวิจัยดังกล่าวเรียกว่า Integral Safety Management, ISM) ซึ่งสามารถบรรลุความต้องการที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเอาไว้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) กำหนดงานที่ต้องทำ 2) ระบุและประเมินอันตรายที่อาจเกิดขึ้น 3) ติดตั้งหรือพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมหรือป้องกันภัย 4) ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวัง 5) รวบรวมผลที่เกิดขึ้นและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

               ขั้นตอนที่ 1 ระบุหรือประเมินรายละเอียดของงานที่ต้องทำ เช่น ขั้นตอนที่ควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ระยะเวลาที่ใช้ เครื่องมือที่ใช้และนักวิจัยหรือผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น เพื่อวิเคราะห์อันตรายหรือผลที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สารเคมี ที่มีต่อผู้ปฏิบัติงาน ผู้คนรอบข้าง หรือสถานที่ทำงาน ในขั้นตอนนี้ การใช้โปรแกรมการจัดการข้อมูลสารเคมีจะทำให้เราสามารถระบุรายละเอียดและเก็บข้อมูลที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากการใช้งานโปรแกรมการจัดการข้อมูลสารเคมี จำเป็นต้องระบุชื่อสารเคมี รายละเอียดของสารเคมี ชื่อผู้ใช้สารเคมี สถานที่เก็บสารเคมี (ตามเลขห้องและอาคาร) และวันที่นำเข้าสารเคมี ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องมีการปรับให้ทันสมัย และต้องสามารถเรียกดูได้ตลอดเวลา

               ขั้นตอนที่ 2 ระบุอันตรายหรือภาวะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเนื่องจากสารเคมี เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการเตรียมอุปกรณ์หรือวางแผนการปฏิบัติงานที่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายลง ในส่วนนี้จะเป็นการนำข้อมูลที่ระบุไว้ในโปรแกรมการจัดการข้อมูลสารเคมีตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 มาใช้ เนื่องจากโปรแกรมสามารถเรียกดูลักษณะอันตรายของสารเคมีที่เราได้ระบุไว้ในโปรแกรมแล้ว สำหรับข้อมูลลักษณะอันตรายของสารเคมีแต่ละชนิดที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของโปรแกรม อ้างอิงมาจาก UN Number

               ดังนั้น จะเห็นว่าการดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นการระบุรายละเอียดงาน สารเคมี และวิเคราะห์ลักษณะความเป็นอันตรายของสารเคมีนั้น จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากโปรแกรมการจัดการข้อมูลสารเคมีทั้งสิ้น

อ่านรายละเอียดของโปรแกรมการจัดการข้อมูลสารเคมี 
ศึกษารายละเอียดของโปรแกรม 

               ขั้นตอนที่ 3 เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันภัยจากสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางวิศวกรรม หรืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal protective equipment, PPE)

               ขั้นตอนที่ 4 ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานอย่างระมัดระวังซึ่งในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องมีการอบรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ต้องใช้สารเคมีโดยตรง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการระงับเหตุฉุกเฉิน

               ขั้นตอนที่ 5 การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต้องมีการตรวจสอบ หาความผิดพลาด แก้ไข และปรับปรุงลักษณะการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ระบบการทำงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

รูปที่ 1 5 ขั้นตอนที่Cournoyer และคณะเสนอ

                ความคาดหวังที่เกิดจากการวิเคราะห์ รวบรวม และจำแนกขั้นตอนการปฏิบัติงานนั้น คือการปฏิบัติงานที่มีความปลอดภัย การประหยัดค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากการจัดการข้อมูลสารเคมีและนำข้อมูลเหล่านั้นออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์

การจัดการข้อมูลสารเคมีช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร หนึ่งในคำตอบ คลิก

                กรณีศึกษา

                 เมื่อเราต้องการเก็บก๊าซ 4 ชนิดได้แก่ N2O NO CO และ H2 ไว้เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ขั้นตอนแรก ให้ระบุรายละเอียดของงานที่จะทำ รวมทั้งกรอกข้อมูลชื่อและรายละเอียดของก๊าซทั้ง 4 ชนิด จำนวน สถานที่เก็บ และรายละเอียดที่จำเป็นอื่นๆ ลงในโปรแกรมการจัดการข้อมูลสารเคมี ขั้นตอนที่ 2 ให้ศึกษาข้อมูลความเป็นอันตรายของก๊าซแต่ละชนิด โดยสามารถเรียกข้อมูลที่แสดงลักษณะอันตราย (UN Number) ของก๊าซ จากโปรแกรม

                 ขั้นตอนที่ 3 เตรียมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานก๊าซ จากนั้นสำหรับขั้นตอนที่ 4 และ 5 เป็นขั้นตอนที่ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานโดยใช้สารเคมี และการบริหารงานเพื่อให้ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพ

                 ในขั้นตอนที่ 3 และ 4 นั้น ยังมีรายละเอียดส่วนหนึ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงตั้งแต่แรก แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมีความตระหนักด้วย นั่นคือ การปฏิบัติที่ปลอดภัยในการจัดเก็บสารเคมี เนื่องจากก๊าซ 4 ที่ยกตัวอย่างมานั้น มีความเป็นอันตรายต่างกัน บางชนิดสามารถเก็บรวมกับสารเคมีชนิดอื่น ในระยะที่กำหนดได้ ในขณะเดียวกัน ก๊าซบางชนิดไม่สามารถเก็บรวมกับสารเคมีบางชนิดหรือต้องควบคุมสภาวะที่เก็บด้วย

อ่านรายละเอียดการจัดเก็บสารเคมีในห้องปฏิบัติการ 
อ่านรายละเอียดของสารเคมีที่ไม่ควรจัดเก็บรวมกัน 
บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

เรียบเรียงและดัดแปลงจาก
Cournoyer, M.E., Maestas, M.M., Porterfield, D.R., Spink, P., 2005, Chemical inventory management: The key to controlling hazardous materials, Chemical Health and Safety 12 (5), pp. 15-20.

 

 ผู้เขียน ศศิธร สรรพ่อค้า 
 หน่วยงาน ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย
 วันที่ 11 สิงหาคม 2551

 
เข้าสู่การใช้โปรแกรม
เข้าสู่ระบบ เข้าสู่ระบบ
ค้นหาภายในเว็บไซต์
อัพเดตล่าสุด
© 2014 ระบบการจัดการข้อมูลสารเคมี ChemTrack จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.