พบลอบฝังกลบตะกอนสารเคมีเขตบางขุนเทียนสั้งกั้นพื้นที่อันตรายห้ามเข้า

พบลอบฝังกลบตะกอนสารเคมีเขตบางขุนเทียนสั้งกั้นพื้นที่อันตรายห้ามเข้า

ปัญหาขยะอันตรายและการลักลอบฝังกลบยังมีให้เห็นต่อเนื่อง ล่าสุดมีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการลักลอบฝังกลบสารเคมีในพื้นที่เขตบางขุนเทียน

เมื่อวันที่ (17 มิ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านร้องเรียนผ่านสำนักงานเขตบางขุนเทียน ว่ามีการลักลอบทิ้งสารเคมี ในพื้นที่กว่า 1ไร่ จนได้รับผลกระทบจากกลิ่นสารเคมี โดยการลักลอบทิ้งทำให้รูปแบบของการจ้างรถขนดินนำตะกอนสารเคมีมาใช้ถมที่ดินให้สูงขึ้น แต่ระหว่างดำเนินการมีฝนตกลงมาทำให้เกิดปฎิกิริยากับสารเคมีส่งผลกระทบถึงชาวบ้านในพื้นที่

กลุ่มควันสีขาวที่ลอยออกมาจากดินที่ถมพื้นที่กว่า 1 ไร่ คือสัญญาณว่าพื้นที่ด้านล่างมีสารเคมีแปลกปลอมซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็นที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บริเวณซอยอนามัยงามเจริญ41 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ได้รับผลกระทบแสบตา แสบจมูก รวมถึงหากสูดดม หรือควันเข้าตา เป็นเวลานานจะทำให้มีอาการเวียนหัว และน้ำตาไหล   ซึ่งแนวทางแก้ไขเบื้องต้นสำนักงานเขตบางขุนเทียน นำปูนขาวมากลบหน้าดิน เพื่อกลบกลิ่นและปรับสภาพดิน หลังตรวจสอบพบมีก๊าซแอมโมเนีย ก๊าซไข่เน่า ปริมาณสูง พร้อมสั่งให้เป็นพื้นที่เขตอันตรายห้ามเข้า

จากข้อมูลพบว่า เจ้าของที่ต้องการถมที่ให้สูงขึ้น เพื่อให้ผู้อื่นเช่าที่ดินทำที่พักคนงาน โดยเริ่มเอาดินเข้ามาในพื้นที่เมื่อวันที่8มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นชาวบ้านเริ่มได้กลิ่นเหม็นของสารเคมีในวันที่9มิถุนายน ก่อนจะประสานผู้ใหญ่บ้านให้แจ้งเจ้าของที่เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ โดยขุดดินบางส่วนออกไป

เมื่อขุดดินที่ถมที่ออก พบว่า ด้านล่างมีการขุดหลุมฝังกลบตะกอนสารเคมีบางอย่างไว้  แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้านยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องทำให้ต้องแจ้งสำนักงานเขตเข้าแก้ไขปัญหา ซึ่งในวันอังคารที่จะถึงนี้จะขุดดินทั้งหมดออกจากพื้นที่และส่งไปทำลายตามกระบวนการของกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ ถ้าหากเป็นการถมที่เพื่อให้มีความสูงกว่าพื้นถนน เจ้าของที่และผู้รับเหมาตามปกติจะนำดินมาถมในพื้นที่เดิมเลย  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีการขุดหลุมด้านล่างไว้ จากข้อมูลเบื้องต้นคาดการณ์ว่าน่าจะมีมากกว่า1 หลุม ซึ่งพฤติกรรมลักษณะนี้ คล้ายกับการลักลอบฝังกลบกากขยะอันตราย และจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ขณะนี้ทราบแล้วว่าตะกอนสารเคมีที่ถูกนำมาฝังกลบมาจากโรงงานใด

อ่านต่อได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/83365